Available in Thai Language only

หากสงสัย , ต้องการถามเกี่ยวกับบทความ หรือ ต้องการทราบเรื่องอะไรเป็นพิเศษ click

เคล็ดไม่ลับของการล้างฟิล์ม

การล้างฟิล์มขาวดำเบื้องต้น

การอัดรูปขาวดำเบื้องต้น

กระดาษอัดภาพ

ความหมายของคำว่า Zone system

การวัดแสงระบบ Zone system

การใช้งาน Stouffer Step Wedge

 

เทคนิคการอัดภาพขาวดำเบื้องต้น ภาค 1

เทคนิคการอัดภาพขาวดำเบื้องต้น ภาค 2

Filter กับ การถ่ายภาพขาวดำ

Density

Lens Test

Compatibility of Konica Hexar RF and Leica M lenses

 

เคล็ดไม่ลับของการล้างฟิล์มขาวดำ

        หลายๆคนที่เริ่มทำภาพขาวดำ เกือบๆทุกคนจะไม่ให้ความสำคัญกับการล้างฟิล์มเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะล้างตามเวลาข้างกล่องฟิล์มที่บริษัทผู้ผลิตฟิล์มนั้นระบุมา และจะไปให้ความสำคัญกับภาพที่อัดเสร็จแล้วมากกว่า ทั้งที่การล้างฟิล์มให้ดีเป็นสิ่งสำคัญมากครับ สำหรับการที่จะได้ภาพสุดท้ายที่สมบูรณ์จริงๆ ทำให้คำถามต่อมาก็ คือ ฟิล์มที่ดีควรเป็นอย่างไร ?

ฟิล์มที่ดีควรจะมีคุณสมบัติ คือ

  • ฟิล์มที่ดีจะต้องอัดขยายลงบนกระดาษเบอร์ 2 โดยสามารถถ่ายทอดโทนของภาพตั้งแต่ขาวสุดจนถึงดำสุดลงสู่กระดาษอัดรูปที่เราเลือกใช้ได้อย่างครบถ้วน
  • ฟิล์มที่ดีจะต้องมีรายละเอียดในส่วนสว่าง และส่วนมืดอย่างครบถ้วน
  • ความคมชัดของฟิล์มจะต้องอยู่ในระดับที่ต้องการ
  • ฟิล์มที่ดีจะต้องมีความสะอาด และไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ
  • เกรนของฟิล์มจะต้องมีความละเอียด ไม่เกิดอาการเกรนหยาบเนื่องจากการล้างฟิล์ม (ยกเว้นเป็นสิ่งที่ต้องการทำ)

ข้อสังเกต จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยอีกอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ กระดาษที่เราเลือกใช้ เพราะกระดาษแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติไม่เท่ากันทั้งความเปรียบต่าง , การให้โทนของขาว-ดำ ฯลฯ ทำให้การเลือกใช้กระดาษแบบเฉพาะเจาะจง จึงจำเป็นหากต้องการที่จะ้ได้ภาพที่สมบูรณ์ที่สุด โดยที่ภาพไม่ต้องผ่านการทำงานในห้องมืดมากนัก

       ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเฉพาะเรื่องของการล้างฟิล์มให้ได้โทนที่เหมาะสม มีรายละเอียดครบ เราลองดูภาพฟิล์มทั้ง 9 รูป

  ล้างฟิล์มน้อยเกินไป ล้างฟิล์มพอดี ล้างฟิล์มนานเกินไป
ถ่าย under
ถ่ายพอดี
ถ่าย over

        จากรูปของฟิล์มทั้ง 9 รูป จะเห็นว่าไม่ว่าจะถ่ายดีหรือไม่ดี หรือล้างดีหรือไม่ดี เราก็จะได้ฟิล์มที่ีมีรูปติดอยู่บนฟิล์ม แต่การที่จะได้รูปพอดีจะต้องเกิดจาก การถ่ายที่พอดี , การล้างฟิล์มที่พอดี เท่านั้น หากเราทำได้ทั้ง 2 เรื่องเราก็จะได้ฟิล์มที่มีคุณภาพ อัดรูปง่าย และมีรายละเอียดทั้งในที่มืด และที่สว่าง โทนของภาพจะพอดี และสวย

อะไร คือ เคล็ดไม่ลับของการล้างฟิล์ม

เคล็ดไม่ลับของการล้างฟิล์ม คือ การระวัง และการคุมการล้างฟิล์ม เพื่อให้ได้ฟิล์มที่มีคุณภาพสูงสุด การคุมการล้างฟิล์มจะีมีปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ชนิดฟิล์ม และชนิดน้ำยา : น้ำยา และฟิล์มแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน คุณภาพของฟิล์ม และน้ำยามีผลกับฟิล์มที่จะได้ รวมถึง การเข้ากันของฟิล์ม และน้ำยาก็ให้ผลของภาพที่ไม่เหมือนกันด้วย

    เคล็ดไม่ลับ : การเลือกใช้ฟิล์มและน้ำยาแต่ละตัวจะต้องใช้ประสบการณ์ และการลองผิดลองถูกพอสมควร สำหรับผู้ที่เริ่มต้นควรที่จะใช้ฟิล์ม และน้ำยาที่ผู้ผลิตกำหนดให้ เช่น ฟิล์มของ Kodak ตระกูล T-Max ก็ใช้กับน้ำยาล้างฟิล์ม Kodak T-Max , ฟิล์ม Kodak Plus-x และ Kodak Tri-x ใช้กับน้ำยา Kodak HC-110 , ฟิล์ม Ilford FP4 และ HP5 ใช้กับน้ำยา Ilford ID11 หรือใช้น้ำยาที่ผู้ผลิตฟิล์มระบุชนิดน้ำยา และเวลาการล้างฟิล์มกับน้ำยานั้นๆ ไว้ในกล่อง เพื่อง่ายต่อการปรับปรุงควรที่จะเริ่มจาก การล้างฟิล์มตามเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ และดูว่าเราควรปรับปรุงอย่างไรให้เข้ากับความต้องการ และความชอบของเรา แม้ว่าฟิล์มแต่ละตัวจะสามารถใช้กับน้ำยาตัวอื่นๆได้ แต่การเริ่มแรกๆแล้วก็ควรที่จะใช้ตามที่ผู้ผลิตระบุไว้ก่อน

      

  • เวลาที่ใช้ล้างฟิล์ม  :  เวลาที่ใช้ล้างฟิล์มถือว่าเป็นส่วนหลักของการคุมความเปรียบต่างของฟิล์ม โดยส่วนมากจะใช้การควบคุมส่วนสว่างของภาพ หรือส่วนที่ทึบของฟิล์ม หากล้างฟิล์ม โดยถ้าใช้เวลานานส่วนที่ทึบของฟิล์มก็จะหนาขึ้น ภาพที่อัดได้ก็จะมีความเปรียบต่างมากขึ้น หากเราใช้เวลาล้างฟิล์มน้อย ส่วนที่ทึบของฟิล์มก็จะน้อยภาพที่อัดได้ก็จะมีความเปรียบต่างน้อย  การที่จะได้ฟิล์มที่ดีเราต้องกำหนดเวลาล้างให้ถูกต้อง การกำหมดเวลาล้างจะทำได้โดย
    • ลองล้างฟิล์มที่ถ่ายตามสภาพแสงปรกติ และใช้เวลาล้างตามคำแนะนำของผู้ผลิต และลองอัดรูปบนกระดาษเกรด 2 หรือใช้ฟิลเตอร์เกรด 2 สำหรับกระดาษมัลติเกรด เพื่อตรวจสอบว่าได้ความเปรียบต่างที่เราชอบหรือไม่ หรือได้ความเปรียบต่างที่พอดีหรือไม่่ กับกระดาษ และเครื่องอัดที่เราใช้
    • หากต้องการลดความเปรียบต่างลง ครั้งต่อไปเราควรที่จะล้างฟิล์มโดยใช้เวลาที่น้อยลง
    • หากต้องการเพิ่มความเปรียบต่างให้มากขึ้น ครั้งต่อไปเราควรที่จะล้างฟิล์มโดยใช้เวลาที่เพิ่มขึ้น

    เคล็ดไม่ลับ : โดยทั่วๆ ไปเวลาล้างฟิล์มที่กำหนดมาจากผู้ผลิตจะเป็นเวลาที่ทดสอบกับเครื่องอัดประเภท diffuser ซึ่งให้ภาพที่มีความเปรียบต่างต่ำกว่าเครื่องอัดประเภท condenser ซึ่งทั่วๆไปนิยมใช้กัน ทำให้เวลาล้างฟิล์มที่กำหนดมาจากผู้ผลิตจะให้ความเปรียบต่างที่สูงกว่ามาตรฐาน หากนำมาอัดรูปกับเครื่องอัดประเภท condenser เวลาที่ทางผู้ผลิตกำหมดมาจึงจะต้องลดลงประมาณ 10-15 % เพื่อให้ได้ความเปรียบต่างที่พอดีกับเครื่องอัดประเภท condenser แต่การลดเวลาล้างฟิล์มลงทำให้รายละเอียดในที่มืดของภาพลดลงไปด้วย จึงมีผลให้จะต้องลดความไวแสงของฟิล์มลง เพื่อให้รายละเอียดในที่มืดคงอยู่ด้วย ส่วนใหญ่ฟิล์ม ISO 100 จะถ่ายที่ ISO 50-80 ฟิล์ม ISO 400 จะถ่ายที่ ISO 250-320 (ค่าที่ให้นี้ต้องใช้การทดสอบก่อนนำไปใช้ หากต้องการค่าที่แม่นยำ ต้องใช้การทดสอบฟิล์ม และวัดค่าความดำของฟิล์ม และกระดาษ)

  • ความเข้มข้นของน้ำยาล้างฟิล์ม : ความเข้มข้นของน้ำยาเป็นตัวแปรที่ไม่แนะนำให้เปลี่ยนแปลงสำหรับมือใหม่ เพราะมีโอกาสทำให้ฟิล์มไม่ได้ผลตามที่ต้องการ แต่เราก็ควรที่จะทราบว่าการเปลี่ยนความเข้มข้นของน้ำยามีผลอย่างไร จากเอกสารของผู้ผลิตจะกำหนดอัตราส่วนผสมของน้ำยาล้างฟิล์มไว้เช่น 1+9  ตัวหน้าหมายถึงน้ำยาเข้มข้น 1 ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 9 ส่วนรวมเป็น 10 ส่วน หากใช้น้ำยาที่ล้างฟิล์ม 500 cc. ก็จะใช้น้ำยาเข้มข้น 50 cc. กับน้ำเปล่า 450 cc. หรือ 1+4  ตัวหน้าหมายถึงน้ำยาเข้มข้น 1 ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 4 ส่วนรวมเป็น 5 ส่วน หากใช้น้ำยาที่ล้างฟิล์ม 600 cc. ก็จะใช้น้ำยาเข้มข้น 120 cc. กับน้ำเปล่า 480 cc. ถ้าเราเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนของน้ำยาจะให้ผลดังนี้
    ความเข้มข้น ความเปรียบต่าง

    เวลาที่ใช้ล้างฟิล์ม

    ลดลง ลดลง เพิ่มขึ้น
    เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ลดลง

    จากตารางเราจะเห็นว่าการเพิ่มหรือลดความเข้มข้นของน้ำยาจะให้ผลกับความเปรียบต่าง และเวลาที่ใช้ล้างฟิล์ม เพราะฉะนั้นการลดหรือเพิ่มความเข้มข้นน้ำยา จะต้องมีการทดลองก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ภาพที่ใช้งานได้

     เคล็ดไม่ลับ : หากเรา ใช้กระบวนการล้าง push ฟิล์ม ฟิล์มที่ได้จะมีความเปรียบต่างที่ค่อนข้างสูงเป็นปรกติ และเราไม่สามารถลดเวลาเพื่อลดความเปรียบต่างได้ เราสามารถที่จะลดความเข้มข้นของน้ำยาเพื่อให้ฟิล์มที่ได้มีความเปรียบต่างที่ลดลง และเป็นการเพิ่มรายละเอียดในที่มืดสำหรับกระบวนการล้าง push ฟิล์มอีกด้วย เช่น ฟิล์ม T-Max 400 ปรกติ ล้างที่ 1+4 ที่ 24 องศา เวลา 6 นาที แต่หาก push เป็น 1600 จะต้องใช้เวลา 8 นาที แต่ภาพที่ได้จะค่อนข้างมีความเปรียบต่างสูง และรายละเอียดในที่มืดหายไปพอสมควร หากลองเปลี่ยนอัตราส่วนน้ำยาเป็น 1+9 และใช้เวลาล้าง 23 นาทีที่ 24 องศา จะได้ฟิล์มที่ความเปรียบต่างไม่มาก และให้ลายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่า

     

  • อุณหภูมิ : อุณหภูมิเป็นส่วนที่สำคัญมากๆสำหรับการล้างฟิล์ม หากการล้างฟิล์มแต่ละครั้งเราไม่สามารถคุมอุณหภูมิให้เท่าๆกันทุกครั้งได้ (+- ไม่เกิน 0.5 องศา) ค่าที่เรากำหนดไว้ เช่น เวลาล้าง , ความเข้มข้นน้ำยา จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะหากอุณหภูมิเปลี่ยนไป ทั้งเวลาล้างก็จะเปลี่ยนไป ความเปรียบต่างก็เปลี่ยนไป ทำให้ฟิล์มที่เราล้างให้ผลไม่เหมือนกับที่เราต้องการ

เคล็ดไม่ลับ : การใช้ถาดใส่น้ำเย็นเพื่อใช้แช่แท็งก์ล้างฟิล์มเป็นทางออกที่ดีสำหรับการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการล้าง ทำให้ไม่มีการสูญเสียความเย็นภายในแท็งก์ล้างฟิล์ม หรือถ้าจะเอาง่ายกว่านั้น ให้คุมอุณหภูมิภายนอกให้คงที่ เพื่อที่จะทำให้น้ำยาเสียความเย็นไปแบบคงที่ ทำให้เราสามารถคุมการล้างฟิล์มได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

  • อื่นๆ : น้ำที่ใช้ในการล้างฟิล์ม เป็นน้ำที่สะอาดหรือไม่ หรือมีความเป็นกรดเป็นด่างหรือไม่ , การเขย่า เขย่าได้เท่าๆกันหรือไม่ , เทอร์โมมิเตอร์ มีความแม่นยำหรือไม่ ฯลฯ

       ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดถึงคุณภาพของฟิล์ม ซึ่งเราสามารถควบคุมได้ไม่ยากนัก หากเราเอาใจใส่ซักนิด และให้ความสำคัญซักหน่อย เราก็จะได้ฟิล์มที่มีคุณภาพ และอัดง่าย ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพตามไปด้วย

!! no digital cameras here !!

[E-Gallery] [Articles] [Forum] [Photographers] [About Us]

All images in this website and their copyrights owned by photographers.

Do not copy or reprint the images without the expressed permission of the photographers.

Design and Articles are Copyright © 2002-2006 Black and White Rhapsodies Group.