เคล็ดไม่ลับของการล้างฟิล์มขาวดำ
หลายๆคนที่เริ่มทำภาพขาวดำ เกือบๆทุกคนจะไม่ให้ความสำคัญกับการล้างฟิล์มเท่าไหร่นัก
ส่วนมากจะล้างตามเวลาข้างกล่องฟิล์มที่บริษัทผู้ผลิตฟิล์มนั้นระบุมา และจะไปให้ความสำคัญกับภาพที่อัดเสร็จแล้วมากกว่า
ทั้งที่การล้างฟิล์มให้ดีเป็นสิ่งสำคัญมากครับ สำหรับการที่จะได้ภาพสุดท้ายที่สมบูรณ์จริงๆ
ทำให้คำถามต่อมาก็ คือ ฟิล์มที่ดีควรเป็นอย่างไร ?
ฟิล์มที่ดีควรจะมีคุณสมบัติ
คือ
- ฟิล์มที่ดีจะต้องอัดขยายลงบนกระดาษเบอร์
2 โดยสามารถถ่ายทอดโทนของภาพตั้งแต่ขาวสุดจนถึงดำสุดลงสู่กระดาษอัดรูปที่เราเลือกใช้ได้อย่างครบถ้วน
- ฟิล์มที่ดีจะต้องมีรายละเอียดในส่วนสว่าง
และส่วนมืดอย่างครบถ้วน
- ความคมชัดของฟิล์มจะต้องอยู่ในระดับที่ต้องการ
- ฟิล์มที่ดีจะต้องมีความสะอาด และไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ
- เกรนของฟิล์มจะต้องมีความละเอียด ไม่เกิดอาการเกรนหยาบเนื่องจากการล้างฟิล์ม
(ยกเว้นเป็นสิ่งที่ต้องการทำ)
ข้อสังเกต จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยอีกอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
คือ กระดาษที่เราเลือกใช้ เพราะกระดาษแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติไม่เท่ากันทั้งความเปรียบต่าง
, การให้โทนของขาว-ดำ ฯลฯ ทำให้การเลือกใช้กระดาษแบบเฉพาะเจาะจง
จึงจำเป็นหากต้องการที่จะ้ได้ภาพที่สมบูรณ์ที่สุด โดยที่ภาพไม่ต้องผ่านการทำงานในห้องมืดมากนัก
ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเฉพาะเรื่องของการล้างฟิล์มให้ได้โทนที่เหมาะสม
มีรายละเอียดครบ เราลองดูภาพฟิล์มทั้ง 9 รูป
| |
ล้างฟิล์มน้อยเกินไป |
ล้างฟิล์มพอดี |
ล้างฟิล์มนานเกินไป |
| ถ่าย
under |
|
|
|
| ถ่ายพอดี |
|
|
|
| ถ่าย
over |
|
|
|
จากรูปของฟิล์มทั้ง 9 รูป
จะเห็นว่าไม่ว่าจะถ่ายดีหรือไม่ดี หรือล้างดีหรือไม่ดี เราก็จะได้ฟิล์มที่ีมีรูปติดอยู่บนฟิล์ม
แต่การที่จะได้รูปพอดีจะต้องเกิดจาก การถ่ายที่พอดี , การล้างฟิล์มที่พอดี
เท่านั้น หากเราทำได้ทั้ง
2 เรื่องเราก็จะได้ฟิล์มที่มีคุณภาพ อัดรูปง่าย และมีรายละเอียดทั้งในที่มืด
และที่สว่าง โทนของภาพจะพอดี และสวย
อะไร คือ เคล็ดไม่ลับของการล้างฟิล์ม
เคล็ดไม่ลับของการล้างฟิล์ม
คือ การระวัง และการคุมการล้างฟิล์ม เพื่อให้ได้ฟิล์มที่มีคุณภาพสูงสุด การคุมการล้างฟิล์มจะีมีปัจจัยต่างๆ
ดังต่อไปนี้
- ชนิดฟิล์ม และชนิดน้ำยา
: น้ำยา และฟิล์มแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน
คุณภาพของฟิล์ม และน้ำยามีผลกับฟิล์มที่จะได้ รวมถึง การเข้ากันของฟิล์ม
และน้ำยาก็ให้ผลของภาพที่ไม่เหมือนกันด้วย
เคล็ดไม่ลับ
: การเลือกใช้ฟิล์มและน้ำยาแต่ละตัวจะต้องใช้ประสบการณ์
และการลองผิดลองถูกพอสมควร สำหรับผู้ที่เริ่มต้นควรที่จะใช้ฟิล์ม และน้ำยาที่ผู้ผลิตกำหนดให้
เช่น ฟิล์มของ Kodak ตระกูล T-Max
ก็ใช้กับน้ำยาล้างฟิล์ม Kodak T-Max
, ฟิล์ม Kodak Plus-x และ Kodak
Tri-x ใช้กับน้ำยา Kodak HC-110 , ฟิล์ม
Ilford FP4 และ HP5 ใช้กับน้ำยา
Ilford ID11 หรือใช้น้ำยาที่ผู้ผลิตฟิล์มระบุชนิดน้ำยา
และเวลาการล้างฟิล์มกับน้ำยานั้นๆ ไว้ในกล่อง เพื่อง่ายต่อการปรับปรุงควรที่จะเริ่มจาก
การล้างฟิล์มตามเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ และดูว่าเราควรปรับปรุงอย่างไรให้เข้ากับความต้องการ
และความชอบของเรา แม้ว่าฟิล์มแต่ละตัวจะสามารถใช้กับน้ำยาตัวอื่นๆได้
แต่การเริ่มแรกๆแล้วก็ควรที่จะใช้ตามที่ผู้ผลิตระบุไว้ก่อน
- เวลาที่ใช้ล้างฟิล์ม
: เวลาที่ใช้ล้างฟิล์มถือว่าเป็นส่วนหลักของการคุมความเปรียบต่างของฟิล์ม
โดยส่วนมากจะใช้การควบคุมส่วนสว่างของภาพ หรือส่วนที่ทึบของฟิล์ม หากล้างฟิล์ม
โดยถ้าใช้เวลานานส่วนที่ทึบของฟิล์มก็จะหนาขึ้น ภาพที่อัดได้ก็จะมีความเปรียบต่างมากขึ้น
หากเราใช้เวลาล้างฟิล์มน้อย ส่วนที่ทึบของฟิล์มก็จะน้อยภาพที่อัดได้ก็จะมีความเปรียบต่างน้อย
การที่จะได้ฟิล์มที่ดีเราต้องกำหนดเวลาล้างให้ถูกต้อง การกำหมดเวลาล้างจะทำได้โดย
- ลองล้างฟิล์มที่ถ่ายตามสภาพแสงปรกติ
และใช้เวลาล้างตามคำแนะนำของผู้ผลิต และลองอัดรูปบนกระดาษเกรด
2 หรือใช้ฟิลเตอร์เกรด 2 สำหรับกระดาษมัลติเกรด เพื่อตรวจสอบว่าได้ความเปรียบต่างที่เราชอบหรือไม่
หรือได้ความเปรียบต่างที่พอดีหรือไม่่ กับกระดาษ และเครื่องอัดที่เราใช้
- หากต้องการลดความเปรียบต่างลง ครั้งต่อไปเราควรที่จะล้างฟิล์มโดยใช้เวลาที่น้อยลง
- หากต้องการเพิ่มความเปรียบต่างให้มากขึ้น
ครั้งต่อไปเราควรที่จะล้างฟิล์มโดยใช้เวลาที่เพิ่มขึ้น
เคล็ดไม่ลับ :
โดยทั่วๆ ไปเวลาล้างฟิล์มที่กำหนดมาจากผู้ผลิตจะเป็นเวลาที่ทดสอบกับเครื่องอัดประเภท
diffuser ซึ่งให้ภาพที่มีความเปรียบต่างต่ำกว่าเครื่องอัดประเภท
condenser ซึ่งทั่วๆไปนิยมใช้กัน ทำให้เวลาล้างฟิล์มที่กำหนดมาจากผู้ผลิตจะให้ความเปรียบต่างที่สูงกว่ามาตรฐาน
หากนำมาอัดรูปกับเครื่องอัดประเภท condenser
เวลาที่ทางผู้ผลิตกำหมดมาจึงจะต้องลดลงประมาณ 10-15
% เพื่อให้ได้ความเปรียบต่างที่พอดีกับเครื่องอัดประเภท condenser
แต่การลดเวลาล้างฟิล์มลงทำให้รายละเอียดในที่มืดของภาพลดลงไปด้วย จึงมีผลให้จะต้องลดความไวแสงของฟิล์มลง
เพื่อให้รายละเอียดในที่มืดคงอยู่ด้วย ส่วนใหญ่ฟิล์ม ISO
100 จะถ่ายที่ ISO 50-80 ฟิล์ม ISO
400 จะถ่ายที่ ISO 250-320 (ค่าที่ให้นี้ต้องใช้การทดสอบก่อนนำไปใช้
หากต้องการค่าที่แม่นยำ ต้องใช้การทดสอบฟิล์ม และวัดค่าความดำของฟิล์ม
และกระดาษ)
- ความเข้มข้นของน้ำยาล้างฟิล์ม
: ความเข้มข้นของน้ำยาเป็นตัวแปรที่ไม่แนะนำให้เปลี่ยนแปลงสำหรับมือใหม่
เพราะมีโอกาสทำให้ฟิล์มไม่ได้ผลตามที่ต้องการ แต่เราก็ควรที่จะทราบว่าการเปลี่ยนความเข้มข้นของน้ำยามีผลอย่างไร
จากเอกสารของผู้ผลิตจะกำหนดอัตราส่วนผสมของน้ำยาล้างฟิล์มไว้เช่น
1+9 ตัวหน้าหมายถึงน้ำยาเข้มข้น
1 ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 9
ส่วนรวมเป็น 10 ส่วน หากใช้น้ำยาที่ล้างฟิล์ม
500 cc. ก็จะใช้น้ำยาเข้มข้น
50 cc. กับน้ำเปล่า 450 cc. หรือ 1+4
ตัวหน้าหมายถึงน้ำยาเข้มข้น 1
ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 4 ส่วนรวมเป็น 5
ส่วน หากใช้น้ำยาที่ล้างฟิล์ม 600 cc.
ก็จะใช้น้ำยาเข้มข้น 120 cc. กับน้ำเปล่า 480
cc. ถ้าเราเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนของน้ำยาจะให้ผลดังนี้
| ความเข้มข้น |
ความเปรียบต่าง |
เวลาที่ใช้ล้างฟิล์ม
|
| ลดลง |
ลดลง |
เพิ่มขึ้น |
| เพิ่มขึ้น |
เพิ่มขึ้น |
ลดลง |
จากตารางเราจะเห็นว่าการเพิ่มหรือลดความเข้มข้นของน้ำยาจะให้ผลกับความเปรียบต่าง
และเวลาที่ใช้ล้างฟิล์ม เพราะฉะนั้นการลดหรือเพิ่มความเข้มข้นน้ำยา
จะต้องมีการทดลองก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ภาพที่ใช้งานได้
เคล็ดไม่ลับ
: หากเรา ใช้กระบวนการล้าง
push ฟิล์ม ฟิล์มที่ได้จะมีความเปรียบต่างที่ค่อนข้างสูงเป็นปรกติ
และเราไม่สามารถลดเวลาเพื่อลดความเปรียบต่างได้ เราสามารถที่จะลดความเข้มข้นของน้ำยาเพื่อให้ฟิล์มที่ได้มีความเปรียบต่างที่ลดลง
และเป็นการเพิ่มรายละเอียดในที่มืดสำหรับกระบวนการล้าง
push ฟิล์มอีกด้วย เช่น ฟิล์ม T-Max 400
ปรกติ ล้างที่ 1+4 ที่ 24
องศา เวลา 6 นาที แต่หาก push
เป็น 1600 จะต้องใช้เวลา 8 นาที
แต่ภาพที่ได้จะค่อนข้างมีความเปรียบต่างสูง และรายละเอียดในที่มืดหายไปพอสมควร
หากลองเปลี่ยนอัตราส่วนน้ำยาเป็น 1+9 และใช้เวลาล้าง
23 นาทีที่ 24
องศา จะได้ฟิล์มที่ความเปรียบต่างไม่มาก และให้ลายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่า
- อุณหภูมิ :
อุณหภูมิเป็นส่วนที่สำคัญมากๆสำหรับการล้างฟิล์ม
หากการล้างฟิล์มแต่ละครั้งเราไม่สามารถคุมอุณหภูมิให้เท่าๆกันทุกครั้งได้
(+- ไม่เกิน 0.5
องศา) ค่าที่เรากำหนดไว้ เช่น เวลาล้าง ,
ความเข้มข้นน้ำยา จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะหากอุณหภูมิเปลี่ยนไป
ทั้งเวลาล้างก็จะเปลี่ยนไป ความเปรียบต่างก็เปลี่ยนไป ทำให้ฟิล์มที่เราล้างให้ผลไม่เหมือนกับที่เราต้องการ
เคล็ดไม่ลับ :
การใช้ถาดใส่น้ำเย็นเพื่อใช้แช่แท็งก์ล้างฟิล์มเป็นทางออกที่ดีสำหรับการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการล้าง
ทำให้ไม่มีการสูญเสียความเย็นภายในแท็งก์ล้างฟิล์ม หรือถ้าจะเอาง่ายกว่านั้น
ให้คุมอุณหภูมิภายนอกให้คงที่ เพื่อที่จะทำให้น้ำยาเสียความเย็นไปแบบคงที่
ทำให้เราสามารถคุมการล้างฟิล์มได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
- อื่นๆ :
น้ำที่ใช้ในการล้างฟิล์ม เป็นน้ำที่สะอาดหรือไม่
หรือมีความเป็นกรดเป็นด่างหรือไม่ , การเขย่า
เขย่าได้เท่าๆกันหรือไม่ , เทอร์โมมิเตอร์
มีความแม่นยำหรือไม่ ฯลฯ
ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดถึงคุณภาพของฟิล์ม
ซึ่งเราสามารถควบคุมได้ไม่ยากนัก หากเราเอาใจใส่ซักนิด และให้ความสำคัญซักหน่อย
เราก็จะได้ฟิล์มที่มีคุณภาพ และอัดง่าย ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพตามไปด้วย |