Forum Articles Gallery Photographers BWRhaps Group

คริสจักรไมตรีจิตร

“พ้นจากความกลัวไม่พรั่น ต่อความตาย ขอพระเยซูให้ข้าอยู่ใกล้
สมใจประสงค์ข้า ตรงกลับมาบ้าน ขอพระเยซูรับข้า
พ้นจากพินาศ สู่ความสุขเกษม ออกจากความทุกข์ มาสู่แดนสำราญ
เฝ้าดูพระพักตร์ ด้วยใจรักชื่นบาน ขอพระเยซูรับข้า.............”

เนื้อเพลงในท่อนสุดท้าย จากเพลง “ขอพระเยซูรับข้า” ขับร้องโดยคณะนักร้องประสานเสียงแห่งคริสจักรไมตรีจิตร

ผมก้าวออกไปตามทางเดินไปอยู่หน้าผู้คนที่มาร่วมงาน ยกกล้องขึ้นแล้วถ่ายภาพเฟรมสุดท้ายนี้ขณะนักร้องประสานเสียงร้องเพลงนี้ยังไม่จบ หลังจากไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ว่าเฟรมสุดท้ายจะถ่ายอะไร...........

ศาสนาจารย์แห่งนิกายโปรแตสแตนเริ่มเทศน์เป็นภาษไทยพร้อมผู้แปลคำเทศน์ประโยคต่อประโยคเป็นภาษาจีน เจ้าของร่างผู้ล่วงลับเป็นคนจีนโพ้นทะเล มีบุตรเป็นนายแพทย์ และเภสัชกรที่โรงพยาบาลจุฬฯ

“มนุษย์เกิดมาพยามทำความดี แต่ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถทำความดีตลอดชีวิตโดยไม่มีข้อผิดพลาด
เมื่อสิ้นลม มนุษย์ทุกคนต้องได้รับคำพิพากษา
มนุษย์จะถูกตัดสินให้มีความผิด มนุษย์จะต้องได้รับโทษ
พระเจ้า เท่านั้นจะเป็นผู้รับเอาโทษทัณฑ์ทั้งหมดแทนเรา
ขอเพียงให้เชื่อถือในพระเจ้า เชื่อในพระเจ้าตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น
เป็นหนทางแห่งการหลุดพ้นและทุกท่านจะไปสู่ดินแดนแห่งสุขคติ........”

ความจริงผมเริ่มสะดุดใจกับคำพูดภาษาจีนสี่คำบนแผ่นผ้าเหนือโลงศพแต่แรก อ่านจากขวาไปซ้ายออกเสียงเป็นภาษาจีนแบบแต้จิ๋ว ที่เป็นเชื้อสายของคนจีนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ “อัง เส็ก จู ไหวว” หรือออกเสียงเป็นจีนแมนดาลิน แบบทางการว่า “อัน สี จู่ ฮวาย” แปลเป็นภาษาไทยแล้วได้ความว่า “จงพักผ่อนอย่างสงบในอ้อมอกของพระเจ้า” หลังจากฟังเนื่อเพลงจากนักร้องประสานเสียงและการเทศนาของศาสนาจารย์ก็เริ่มกระจ่าง

ผมเคยไปงานศพของพ่อเพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกคนที่คริสจักรเซนหลุยส์ก่อนหน้านี้ เป็นแคทอริก ความแตกต่างที่เริ่มจำแนกได้จากภายนอกของทั้งสองนิกายคือ โปรแตสแตนจะไม่เห็นรูปเคารพไม่ว่าจะเป็นพระเยซู หรือพระแม่มาลี และถือคัมภีร์เป็นหลัก ส่วนแคทอริกมีรูปเคารพของพระเยซู รวมทั้งพระแม่มาลี ไม้กางเขนที่เป็นสัญญลักษณ์ของโบสถ์คริสนิกายแคทอริกจึงมักมีรูปพระเยซูเจ้าตรึงอยู่บนกางเขนด้วย หากไม่มีก็มักจะเป็นกางเขนเปล่าๆที่มีสี ซึ่งอาจมีหลายสีแต่ไม่ใช่สีแดง ส่วนโปรแทสแตนจะมีสัญญลักษณ์เป็นกางเขนเปล่าๆและโดยมากจะเป็นสีแดง พระของแคทอริเรียก “บาทหลวง” ไม่สามารถมีครอบครัวได้ ส่วนโปรแทสแตนเรียก “ศาสนาจารย์” มีครอบครัวได้

พิธีศพเป็นไปอย่างกระชับ และมีสาระ ดูเคร่งขรึมและไม่วุ่นวายเหมือนงานศพในวัดไทย จบลงด้วยคำกล่าวขอบคุณของเจ้าภาพที่เป็นสมาชิกทั้งหมดของครอบครัว

มนุษยชาติล้วนเป็นพี่น้องร่วมชะตาเดียวกัน ทุกคนต้องตายเหมือนกัน ทุกศาสนาล้วนสอนให้เราเป็นคนดี แม้นคนไม่มีศาสนาก็ร่วมในชะตากรรมเดียวกันเช่นกัน................................สำหรับภาพเฟรมสุดท้ายที่เลือกสรรแล้ว “คณะนักร้องประสานเสียงแห่งคริสจักรไมตรีจิตร”........................โบสถ์ที่เต็มไปด้วยโสเภณีโบราณด้านนอก